รู้ใจ ผู้นำด้านประกันภัยดิจิทัลแบบให้บริการลูกค้าโดยตรง (Direct-to-Consumer: D2C) ในประเทศไทย ประกาศฉลองครบรอบ 10 ปีในการดำเนินธุรกิจร่วมกับ “พี่จิงโจ้” มาสคอตอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงพันธกิจของบริษัทในการทำให้การประกันภัยเป็นเรื่องซื้อง่าย ราคาดี และพึ่งพาได้จริงสำหรับผู้บริโภค
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2559 รู้ใจ ได้เติบโตจากโบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์สู่การเป็น รู้ใจประกันภัย บริษัทประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ และดำเนินธุรกิจภายใต้กลุ่มรู้ใจทั้งในประเทศไทยและอินโดนีเซีย จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากกว่า 370,000 รายในปัจจุบัน โดยตลอดเส้นทางดังกล่าว “พี่จิงโจ้” ได้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ไอคอนของธุรกิจประกันภัยที่ผู้บริโภคคุ้นเคยมากที่สุดในประเทศไทย สะท้อนถึงแนวคิดการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และช่วยให้ประกันภัยเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภคนับล้านคน
ตลอดระยะเวลาหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา รู้ใจ เป็นผู้บุกเบิกโมเดลประกันภัยแบบ D2C ในประเทศไทย ก่อนจะได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยในปี 2566 ขยายธุรกิจสู่อินโดนีเซีย และได้รับเงินทุนในรอบ Series C มูลค่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย Apis Partners and Asia Partners ในปี 2568 ความสำเร็จเหล่านี้ได้รับอานิสงส์จากผลการดำเนินงานอันแข็งแกร่ง โดยเบี้ยประกันภัยรับรวมของกลุ่มบริษัท (Group Gross Written Premium: GWP) เติบโตขึ้นมากกว่า 3 เท่า จาก 1 พันล้านบาทในปี 2564 เป็น 3.3 พันล้านบาทในปี 2568
ตลอดระยะเวลาหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา รู้ใจ เป็นผู้บุกเบิกโมเดลประกันภัยแบบ D2C ในประเทศไทย ก่อนจะได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยในปี 2566 ขยายธุรกิจสู่อินโดนีเซีย และได้รับเงินทุนในรอบ Series C มูลค่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย Apis Partners and Asia Partners ในปี 2568 ความสำเร็จเหล่านี้ได้รับอานิสงส์จากผลการดำเนินงานอันแข็งแกร่ง โดยเบี้ยประกันภัยรับรวมของกลุ่มบริษัท (Group Gross Written Premium: GWP) เติบโตขึ้นมากกว่า 3 เท่า จาก 1 พันล้านบาทในปี 2564 เป็น 3.3 พันล้านบาทในปี 2568
แรงขับเคลื่อนดังกล่าวยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในครึ่งแรกของปี 2569 โดย รู้ใจ ประกันภัย ทำเบี้ยประกันภัยรับรวมได้ถึง 1.6 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 212 ล้านบาท ซึ่งความสามารถในการทำกำไรดังกล่าวได้รับปัจจัยหนุนจากอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ที่ต่ำกว่า 65% ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 5 ควบคู่กับการบริหารการรับประกันภัยที่มีวินัย และโมเดลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ บริษัทยังคงรักษาสถานะความแข็งแกร่งทางการเงินด้วยอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio: CAR) สูงถึง 520% สะท้อนถึงความมั่นคงและความยืดหยุ่นทางการเงินที่ยอดเยี่ยม
คุณนิโคลัส ฟาเกต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง กลุ่มรู้ใจ กล่าวว่า "เมื่อ 10 ปีก่อน เราเริ่มต้น รู้ใจ ด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาคือ การประกันภัยควรเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นสำหรับลูกค้า นับตั้งแต่นั้นมา มีลูกค้ามากกว่า 370,000 รายที่ไว้วางใจให้เราดูแลและคุ้มครองยานพาหนะของพวกเขา การก้าวสู่การเป็นบริษัทประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตเต็มรูปแบบทำให้เรามีโอกาสในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และในขณะที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สอง เราจะยังคงนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น บริการที่รวดเร็วขึ้น และประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าของเราทุกคน"
คุณนิโคลัส ฟาเกต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง กลุ่มรู้ใจ กล่าวว่า "เมื่อ 10 ปีก่อน เราเริ่มต้น รู้ใจ ด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาคือ การประกันภัยควรเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นสำหรับลูกค้า นับตั้งแต่นั้นมา มีลูกค้ามากกว่า 370,000 รายที่ไว้วางใจให้เราดูแลและคุ้มครองยานพาหนะของพวกเขา การก้าวสู่การเป็นบริษัทประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตเต็มรูปแบบทำให้เรามีโอกาสในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และในขณะที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สอง เราจะยังคงนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น บริการที่รวดเร็วขึ้น และประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าของเราทุกคน"
คุณกรกฤต คำเรืองฤทธิ์ ประธานกรรมการและกรรมการอิสระ บริษัท รู้ใจประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า "ความสำเร็จตลอด 10 ปีที่ผ่านมาสร้างความมั่นใจให้กับเราอย่างมากสำหรับอนาคต แม้ประกันภัยรถยนต์จะยังคงเป็นจุดแข็งหลักของ รู้ใจ แต่เราเห็นโอกาสเติบโตที่สำคัญในการขยายสู่ประกันสุขภาพและผลิตภัณฑ์ประกันภัยส่วนบุคคลอื่น ๆ ด้วยการผสานนวัตกรรมความเป็นเลิศด้านการปฏิบัติการ และการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางอย่างต่อเนื่อง รู้ใจ มุ่งมั่นที่จะก้าวเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับประกันภัยส่วนบุคคลในประเทศไทย"
ความมุ่งมั่นของ รู้ใจ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมนั้นเน้นการส่งมอบประโยชน์ที่จับต้องได้แก่ลูกค้า โดยในช่วงเหตุการณ์อุทกภัยรุนแรงที่อำเภอหาดใหญ่เมื่อปลายปี 2568 บริษัทได้ผสานเทคโนโลยีการจัดการเคลมด้วยระบบ AI เข้ากับการลงพื้นที่ของทีมงานปฏิบัติการ ทำให้สามารถส่งมอบการช่วยเหลือและอนุมัติจ่ายสินไหมทดแทนแก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด
เมื่อมองไปสู่อนาคต รู้ใจ ได้ตั้งเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ก้าวไกลสำหรับปี 2573 (ค.ศ. 2030) ได้แก่:
๐ เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด ประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทยเป็น 6%
๐ ขยายการดำเนินงานในต่างประเทศ ทั้งในอินโดนีเซียและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
๐ ขยายธุรกิจกลุ่มประกันภัย Non-motor ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น รวมถึงแผนการเปิดตัว ประกันสุขภาพส่วนบุคคล (Private Medical Insurance: PMI)
๐ เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด ประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทยเป็น 6%
๐ ขยายการดำเนินงานในต่างประเทศ ทั้งในอินโดนีเซียและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
๐ ขยายธุรกิจกลุ่มประกันภัย Non-motor ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น รวมถึงแผนการเปิดตัว ประกันสุขภาพส่วนบุคคล (Private Medical Insurance: PMI)
เพื่อสนับสนุนเป้าหมายเหล่านี้ รู้ใจ จะเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ครอบคลุมทั้งระบบการรับประกันภัย การจัดการเคลม และการบริการลูกค้า ควบคู่ไปกับการเสริมความแข็งแกร่งให้กับความเป็นผู้นำในตลาดประกันภัยรถยนต์ ขยายผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และประกันภัยการเดินทาง ตลอดจนแสวงหาโอกาสในการเติบโตเชิงกลยุทธ์ที่มีศักยภาพ
"เป้าหมายสู่ปี 2030 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เรามีต่อรากฐานธุรกิจซึ่งร่วมกันสร้างมาตลอดทศวรรษ ด้วยโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง การเติบโตที่ทำกำไร ความไว้วางใจจากลูกค้า และการสนับสนุนจากนักลงทุน ทำให้เรามีความพร้อมอย่างยิ่งสำหรับการเติบโตต่อไป เพื่อสร้างระบบนิเวศการคุ้มครองที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภคทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" คุณนิโคลัส ฟาเกต์ กล่าวสรุป
"เป้าหมายสู่ปี 2030 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เรามีต่อรากฐานธุรกิจซึ่งร่วมกันสร้างมาตลอดทศวรรษ ด้วยโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง การเติบโตที่ทำกำไร ความไว้วางใจจากลูกค้า และการสนับสนุนจากนักลงทุน ทำให้เรามีความพร้อมอย่างยิ่งสำหรับการเติบโตต่อไป เพื่อสร้างระบบนิเวศการคุ้มครองที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภคทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" คุณนิโคลัส ฟาเกต์ กล่าวสรุป










No comments:
Post a Comment