อีซูซุร่วมผลักดัน “หมัดเดียว เปลี่ยนได้” พลิกโอกาสให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ ผ่านโครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT” - Wows News

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Tuesday, May 19, 2026

อีซูซุร่วมผลักดัน “หมัดเดียว เปลี่ยนได้” พลิกโอกาสให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ ผ่านโครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT”


อีซูซุ ร่วมมือกับ บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด ผู้จัดการแข่งขันมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT” อีกทั้งภาครัฐ และเอกชนหลายภาคส่วน ผลักดันศิลปะมวยไทยสู่เวทีนานาชาติมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ในปีนี้ได้ร่วมกันจัดโครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT” แถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ (รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมงาน ณ ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง คลองหก จังหวัดปทุมธานี


โครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT (INSPIRE…THAI FIGHT) หมัดเดียว…เปลี่ยนได้” คืออีกก้าวสำคัญของการต่อยอดพระดำริใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในการจัดตั้ง “โครงการกำลังใจ” เพื่อประทานโอกาสและความหวังแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ และผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำทักษะเอกลักษณ์จากกีฬามวยไทย มาต่อยอดเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของอีซูซุที่มุ่งเน้นการสร้างทักษะอาชีพและปลูกฝังวินัยในการทำงาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนใน ระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและผู้ที่ต้องการโอกาสครั้งใหม่ในชีวิต

ตลอดระยะเวลา 69 ปีที่ผ่านมา อีซูซุได้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมหลากหลายด้าน ทั้งการศึกษา การพัฒนาอาชีพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยภายใต้แนวคิดหลัก “Isuzu Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” ซึ่งยึดถือหลักการ “การสร้างคุณค่าและเติบโตเคียงข้างสังคมไทย” เป็นสำคัญ ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรพันธมิตรต่าง ๆ ในโครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT” หมัดเดียว...เปลี่ยนได้ นี้ จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนกิจกรรม แต่เป็นการร่วมสร้าง “โอกาส” ที่ช่วยให้ผู้ที่ขาดแคลนโอกาสสามารถพัฒนาตนเองและกลับมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศได้

ดร.นพพร วาทิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด
กล่าวถึงแนวคิดของโครงการครั้งนี้ว่า “‘มวยไทย’ เป็นมากกว่ากีฬา แต่เราต้องการนำมาเป็นเครื่องมือเปลี่ยนชีวิต โครงการ กำลังใจ…THAI FIGHT จึงเป็นโครงการที่เราใช้ ‘มวยไทย’ มาเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิต เราไม่ได้มองมวยเป็นเพียงกีฬา แต่คือ ‘สะพานแห่งโอกาส’ ที่ช่วยพลิกชีวิตผู้ต้องราชทัณฑ์ สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดเส้นทางสู่อาชีพในอนาคต เป้าหมายของเราคือการให้โอกาสได้กลับสู่สังคมอย่างยั่งยืน ให้เขามีทักษะ มีวินัย และมีศักดิ์ศรีในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง หัวใจของโครงการ คือการนำนักมวยไทยมืออาชีพจากเวที THAI FIGHT เข้าไปฝึกสอนผู้ต้องราชทัณฑ์ในเรือนจำทั่วประเทศ พร้อมคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพเข้าสู่การแข่งขัน ‘THAI FIGHT LEAGUE’ ในรูปแบบ ‘มวยคาดเชือก’ เวทีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียง การแข่งขัน แต่คือ ‘เวทีแห่งโอกาส’ ที่เปิดทางให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ได้แสดงความสามารถ สร้างความภาคภูมิใจ และต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพไม่ว่าจะก้าวสู่การเป็นนักมวย หรือเป็นผู้ฝึกสอนมวยไทยหลังพ้นโทษ”

เผด็จศึก หนึ่งในนักมวยผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับโอกาสขึ้นสังเวียน THAI FIGHT ได้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงของผู้ต้องราชทัณฑ์ที่กำลังจะก้าวสู่เส้นทางนักมวยอาชีพว่า “การได้ขึ้นชกในเวทีระดับนี้สร้างความตื่นเต้นและปลุกความทรงจำครั้งแรกในชีวิตนักมวยของผมอีกครั้ง ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือการได้รับ ‘โอกาส’ จากสังคมภายนอกให้กลับมาพิสูจน์ศักยภาพของตนเอง หลังจากไม่ได้กลับบ้านนานเกือบ 10 ปี มวยไทยได้พาผมกลับไปชกที่บ้านเกิด จังหวัดพัทลุง ท่ามกลางกำลังใจจากครอบครัวและผู้ชมจำนวนมาก สร้างความปลาบปลื้มและความหมายใหม่ให้กับชีวิตอย่างลึกซึ้ง มวยไทยได้มอบโอกาสและชีวิตใหม่ให้กับผม ผมมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะมวยไทย” นี่คือตัวอย่างของนักสู้ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “โอกาส” สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้จริง จากผู้ต้องราชทัณฑ์สู่การเป็นนักสู้บนสังเวียนที่ได้รับการยอมรับและกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์คนอื่น ๆ ทั่วประเทศ และหลังจากนี้ยังสามารถนำทักษะไปต่อยอดเป็นอาชีพ เช่น ครูมวย ผู้ฝึกสอนการออกกำลังด้วยพื้นฐานมวยไทย หรือแม้แต่ก้าวสู่เวทีการแข่งขันระดับอาชีพได้

ความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในโครงการนี้จะเป็นพลังสนับสนุน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมแห่งโอกาส ที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นใหม่ได้อย่างมีคุณค่าและยั่งยืน เป็นการพิสูจน์ว่า “การให้โอกาส” คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง “กำลังใจ…THAI FIGHT” จึงไม่ใช่เพียงโครงการกีฬา แต่คือ “โมเดลต้นแบบ” ของการพัฒนาคน ที่ผสานพลังของวัฒนธรรมไทยเข้ากับการฟื้นฟูสังคมอย่างยั่งยืน และสำหรับผู้ต้องราชทัณฑ์หลายคน “หมัดเดียว” บนเวทีมวย อาจไม่ใช่เพียงการต่อสู้เพื่อชัยชนะ แต่คือ “หมัดแรก” ของการเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีคุณค่า

รายละเอียดโครงการ
“กำลังใจ…THAI FIGHT (INSPIRE…THAI FIGHT) หมัดเดียว…เปลี่ยนได้”

กิจกรรมสำคัญในงานเปิดตัวโครงการ ณ ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง ได้แก่
          การสาธิตการฝึกมวยไทยโดยนักมวยระดับโลก นำโดย “แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม”
          การพบกับนักมวยผู้ต้องราชทัณฑ์ 6 คน ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในโครงการ
          การถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงของผู้ต้องราชทัณฑ์ที่กำลังจะก้าวสู่เส้นทางนักมวยอาชีพ
          การเยี่ยมชม “ค่ายมวยสิงห์หนุ่มพัฒนา” ภายในแดนการศึกษา ซึ่งเป็นพื้นที่ฝึกฝนทักษะและวินัย

รูปแบบการจัดการแข่งขัน
กำหนดนักมวย 6 คน เข้าร่วมทำการแข่งขันชกแบบคาดเชือก ในพิกัดน้ำหนัก 60 กิโลกรัม แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 รอบคือ

รอบแรก : วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ณ World Siam Stadium ตะวันนา บางกะปิ
          แข่งขันแบบเก็บคะแนน / นักมวย 6 คน แบ่งเป็น 2 สาย (สาย A และสาย B) สายละ 3 คน
          แข่งขัน 3 ยก ถ้าเสมอ ไม่มีต่อยกที่ 4
          เกณฑ์การให้คะแนนคือ ชนะน็อคได้ 3 แต้ม ชนะคะแนนได้ 2 แต้ม และถ้าครบ 3 ยก เสมอกัน แบ่งไปคนละ 1 แต้ม
          นักมวยที่มีคะแนนมากอันดับที่ 1 และที่ 2 ของแต่ละสาย เข้ารอบสองต่อไป

***หมายเหตุ*** ในกรณีที่นักมวยมีคะแนนรวมเท่ากัน 
          1. นักมวยที่ชนะน็อคคู่ต่อสู้ได้จำนวนครั้งมากกว่ากัน
          2. นักมวยที่ชนะน็อคคู่ต่อสู้ได้ในยกที่ 1 จะได้คะแนนพิเศษมากกว่าการชนะน็อคยกที่ 2 และชนะน็อคยกที่ 3

รอบที่สอง
          นำนักมวยทั้ง 4 คนจากรอบแรก มาทำการแข่งขันแบบน็อคเอาท์ แพ้ตกรอบทันที 
          ถ้าแข่งขันครบ 3 ยกแล้วเสมอกัน จะทำการแข่งขันยกที่ 4 ถือเป็นยกตัดสิน 
          ผู้มีคะแนนมากอันดับ 1 ของสาย A VS ผู้มีคะแนนมากอันดับ 2 ของสาย B 
          ผู้มีคะแนนมากอันดับ 1 ของสาย B VS ผู้มีคะแนนมากอันดับ 2 ของสาย A

รอบชิงชนะเลิศ : วันที่ 20 ธันวาคม 2569
          นำนักมวยผู้ชนะในรอบสอง มาทำการแข่งขันชิงชนะเลิศ

รายชื่อเรือนจำ และนักมวยที่เข้าแข่งขัน

***หมายเหตุ*** รายชื่อนักมวยอาจมีการเปลี่ยนแปลง

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad